วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2550


เฟท/สเตย์ ไนท์ หรือ มหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ (「フェイト/ステイナイト」 Feito/sutei naito ทับศัพท์จาก Fate/stay night) เป็นเอโรเกะ สร้างโดยไทป์-มูน วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2547 ต่อมา สตูดิโอดีน ได้นำไปทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนฉายทางโทรทัศน์โดย โดยมีเจเนออนเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ ออกอากาศครั้งแรกวันที่ 6 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2549 นอกจากนี้ในปี 2550 ไทป์-มูน ได้นำมหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์มาสร้างใหม่สำหรับเครื่อง เพลย์สเตชัน 2 ภายใต้ชื่อ "เฟท/สเตย์ ไนท์ [เรียลตา นัว]" โดยตัดเนื้่อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้เยาว์ออกทั้งหมด เฟท/สเตย์ ไนท์ ยังถูกตัดแปลงเป็นมังงะ ซึ่งในขณะนี้กำลังตีพิมพ์ลงในนิตยสารโชเน็น เอซ ฉบับรายเดือน

เรื่องย่อ(บทนำ)
เช่นเดียวกันกับ ซึกิฮิเมะ ตัวละครใน เฟท/สเตย์ ไนท์ มีความเกี่ยวข้องกันกับตัวละครในผลงานชิ้นอื่นๆ ของ ไทป์-มูน

ตัวละคร
ชิโร่เป็นตัวละครหลักของเรื่อง มีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น จริงจัง และซื่อสัตย์ เขาชอบซ่อมแซมสิ่งของและทำงานบ้าน ชิโร่มีพรสวรรค์ในเชิงเวทย์ (「魔術」 majutsu) อยู่บ้าง แต่พ่อบุญธรรมของเขา เอมิยะ คิริซึงุ ซึ่งเป็นจอมเวทย์กลับไม่สนับสนุนให้เขาฝึกฝน ชิโร่เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่สมัครใจ และมีความตั้งใจจะปกป้องผู้บริสุทธิ์ทุกคน จนกระทั่งยอมเอาัตัวเข้ัารับการโจมตีแทนผู้อื่น แม้กระทั่งเซเบอร์ ข้ารับใช้ของเขาเอง
ข้ารับใช้ประเภทนักดาบของชิโร่ เธอนิสัยสุขุม กิริยาเย็นชา แต่จงรักภักดีต่อนาย เนื่องจากชิโร่มีพลังเวทย์เพียงเล็กน้อย เซเบอร์จึงพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ เพื่อใช้พลังเวทย์ของชิโร่อันเป็นปัจจัยช่วให้เธอคงสภาพอยู่ในโลกมนุษย์ให้นานที่สุด นอกจากนี้เธอยังหาพลังเวทย์เพิ่มเติมด้วยการกินอาหารจำนวนมากๆ เซเบอร์ลำบากใจกับพฤติกรรมชอบเสี่ยงเพื่อปกป้องผู้อื่นของชิโร่ โดยเธอเชื่อว่านิสัยนี้จะนำอันตรายและความพ่ายแพ้มาสู้ชิโร่ในที่สุด
นักเรียนดีเด่นและดาวประจำโรงเรียนที่ชิโร่ศึกษาอยู่ เบื้องหลังเป็นหนึ่งในจอมเวทย์ที่เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 5 รินเกิดในตระกูลจอมเวทย์ติดตัว และมีเชี่ยวชาญเชิงเวทย์เป็นอย่างมาก บิดาของเธอเสียชีวิตในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 เป็นเหตุให้เธอตั้งใจฝึกฝนการใช้เวทมนตร์สืบต่อจากเขา เธอพยายามที่จะอัญเชิญข้ารับใช้สายเซเบอร์ออกมา แต่เกิดความผิดพลาดในระหว่างการอัญเชิญ ทำให้ได้ข้ารับใช้สายนักยิงธนูแทน
ข้ารับใช้ของริน อาเชอร์ถูกอัญเชิญออกมาอย่างไม่สมบูรณ์แบบ ทำให้เขาสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตนไป เขามีนิสัยชอบพูดประชดประชัน และมักจะดูถูกอุดมการณ์ของชิโร่ว่าเป็นความคิดตื้นๆ และเป็นการหลอกลวงตนเอง อาเชอร์สามารถต่อสู้ด้วยอาวุธระยะใกล้ได้อย่างคล่องแคล่ว แม้ข้ารับใช้ในสายของเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุธระยะไกลก็ตาม
เด็กสาวในตระกูลผู้ดีชาวเยอรมัน ผู้ซึ่งเดินทางมาที่ญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 5 ในฐานะมาสเตอร์คนหนึ่ง ภายนอกเธอดูเป็นเด็กสาวน่ารักคนหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นจอมเวทย์ที่ร้ายกาจ ที่มีพลังเวทย์แฝงอยู่ในร่างกายปริมาณมหาศาล เธอพักอาศัยอยู่ที่ปราสาทตระกูลไอนซ์แบร์นที่ชานเมืองฟุยูกิพร้อมกับข้ารับใช้ของเธอและสาวใช้ 2 คน เธอมักจะให้คนที่เธอไว้วางใจเรียกเธอว่า "อิลยา"
ข้ารับใช้ของอิลยา ผู้ซึ่งอยู่ในคลาสที่ได้รับการยกย่องว่ามีพละกำลังมากที่สุด เขามีรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันพร้อมผิวสีน้ำตาลที่แข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า อาวุธของเขาคือท่อนไม้ติดของแหลมซึ่งดูคล้ายขวานผสมกับไม้กระบอง เขาสามารถที่จะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า สมกับชื่อคลาสของเขา การต่อสู้ทุกครั้งของเขาจะเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน ซึ่งเป็นการยากทีจะควบคุมสำหรับจอมเวทย์ทั่วไป แต่สำหรับอิลยา สามารถควบคุมเขาได้อย่างง่ายดาย
พี่ชายชองซากุระ และเพื่อนรักของชิโร่ เขาเป็นรองประธานชมรมยิงธนูของโรงเรียนที่ออกจะหลงตัวเองและเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ คล้ายๆกับริน เขาไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นในเชิงเวทย์เช่นเดียวกับชิโร่ แม้ว่าตระกูลมาโต้จะเป็นตระกูลผู้ใช้เวทมนตร์ แต่เขากลับไม่มีความสามารถในเชิงเวทย์เลย จึงทำให้เขาไม่พอใจ และพยายามที่จะพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าตนเองก็มีดีด้วยการเข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 5 นี้ บวกกับความทะเยอทะยานอยากของเขา จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่าเขาจะหักหลังเพื่อนของเขาได้อย่างหน้าตาเฉยเพื่อตัวเขาเอง เขาไม่พอใจที่ซากุระน้องสาวของเขาไปหาชิโร่ที่บ้านทุกวันๆ เขาจึงเสนอข้อตกลงกับรินในการร่วมมือกันในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ แต่รินก็ได้ปฏิเสธไปเพราะรู้ถึงเนื้อแท้ของเขานั่นเอง
ข้ารับใช้ของชินจิ ซึ่งมักจะเป็นผู้สอดแนมระหว่างการต่อสู้ของข้ารับใช้ตนอื่น เธอมักจะปฏิบัติภารกิจอย่างเงียบสงัดและรอบคอมและไม่เคยลังเลที่จะปกป้องมาสเตอร์ของตนเอง แม้ว่าตนเองจะได้รับอันตราย และด้วยที่ว่าชินจิไม่สามารถถ่ายทอดมานาให้กับเธอได้ ทำให้เธอต้องแสวงหามานาให้ตนเองด้วยการสูบพลังวิญญานจากชาวเมืองฟุยูกิ ในการต่อสู้เธอมักจะซ่อนตัวและคอยวางแผนโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยความรอบคอบ อาวุธของเธอคือลิ่มโลหะติดโซ่ยาวซึ่งเธอมักจะใช้มันในการโจมตีคู่ต่อสู้จากระยะไกล และใช้มันควบคุมคู่ต่อสู้ไปด้วย

ตัวละครหลัก
รุ่นน้องของชิโร่ในโรงเรียนเดียวกัน ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวของชินจิ หลังจากที่พ่อบุญธรรมของชิโร่เสียชีวิตไป เธอก็หมั่นแวะเวียนเข้ามาดูแลชิโร่ที่บ้านอยู่เสมอ แม้ว่าตระกูลมาโต้จะเป็นตระกูลจอมเวทย์โบราณ แต่ซากุระเองก็ไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตระกูลนี้เลย ภายนอกเธอดูเป็นคนที่ขี้อายและอ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วเธอเองก็มีพลังอันยิ่งใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในตัวของเธอเองด้วย และตัวเธอเองก็ยังแสดงออกถึงความรู้สึกต่อชิโร่อย่างจริงใจอีกด้วย
ด้วยข้อตกลงระหว่างสมาคมจอมเวทย์และองค์กรศาสนา ทำให้สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์แต่ละปีจะมีผู้คุมกฎเป็นบาทหลวง ซึ่งพ่อของคิเรย์เองก็เป็นผู้คุมกฎในสงครามจอกครั้งที่ 4 เช่นกัน หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิต เขาก็ได้รับหน้าที่ผู้คุมกฎแทนพ่อของเขา แต่การที่เขาเข้ามาประจำตำแหน่งนี้ไม่เหมือนกับพ่อของเขา เพราะเขาเป็นสมาชิกของทั้ง 2 องค์กร และทั้ง 2 องค์กรนี้ก็เป็นศัตรูกันมาตลอด หลังจากที่พ่อของรินเสียชีวิต เขาก็ได้ทำหน้าที่ผู้ดูแลรินอยู่ห่างๆ แม้ว่าระดับสมาชิกในองค์กรศาสนาของเขาจะต่ำกว่าชิเอล (จาก ซึกิฮิเมะ) แต่เขาก็มีความสามารถในการต่อสู้และการใช้อาวุธไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลย
ข้ารับใช้ที่แสดงตัวออกมาในฐานะศัตรูเป็นคนแรกของเรื่อง เขาเป็นนักรบที่มีสมรรถภาพสมดุลและร้ายกาจ ผู้ซึ่งสนุกสนานกับการที่ได้ต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาเป็นคนที่ขี้เล่นและยังนิ่งนอนใจแม้ว่าตัวเองจะอยู่ในระหว่างการต่อสู้ และเขายังเป็นคนที่ทำงานได้รวดเร็วและเรียบร้อย ซึ่งจัดได้ว่าเป็นข้ารับใช้ที่กระฉับกระเฉงมากที่สุดเลยทีเดียว
เขาเป็นจอมเวทย์ผู้ที่รอดชีวิตจากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 ตลอดชีวิตของเขา เขามีชีวิตอยู่เพื่อผดุงคุณธรรม ปกป้องและช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า แม้ว่าเขาเองจะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นการยากที่จะทำได้ และเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้สั่งสอนลูกชายบุญธรรมของเขาเพียงคนเดียวให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ฮีโร่ควรกระทำ เพื่อปกป้องความยุติธรรม และปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า ซึ่งตามจริงแล้วเขาก็เป็นนักเวทย์ แต่เขากลับไม่เคยสอนให้ชิโร่ใช้เวทมนตร์อย่างจริงจัง และบอกให้เขาพยายามฝึกเวทย์จำลองวัตถุของเขาให้ใช้ได้คล่องแคล่ว สุดท้ายเขาก็ได้เสียชีวิตไปใน 3 ปี ก่อนเหตุการณ์ใน เฟท/สเตย์ ไนท์ โดยไม่ทราบสาเหตุ
เธอคือครูประจำภาควิชาภาษาอังกฤษ, ครูประจำชั้น และอาจารย์ประจำชมรมยิงธนูในโรงเรียนที่ชิโร่เรียนอยู่ คนทั่วไปมักจะเรียกเธอว่า "ไทเกอร์" (「タイガー」 Taigā) ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกเธอด้วยชื่อนี้ (เพราะชื่อของเธอ "ไทกะ" ออกเสียงคล้ายกับคำว่า "ไทเกอร์" ในภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งชิโร่เองก็จะเรียกเธอว่า "ฟูจิเน่" (พี่ฟูจิ) หลังจากที่คิริซึงุเสียชีวิต ไทกะก็ได้กลายเป็นผู้ปกครองของชิโร่และดูแลชิโร่มาเป็นเวลาหลายปี จึงทำให้พวกเขาทั้งสองสนิทกันมาก และเธอยังนับให้ชิโร่เป็นน้องชายของตนเองอีกด้วย
ข้ารับใช้ลึกลับสายอาเชอร์ผู้ซึ่งมีความหยิ่งยโส และเห็นแก่ตัว ตัวเขาเองดูท่าว่าจะมีความสัมพันธ์กับเมืองฟุยูกิและเซเบอร์ในอดีตเป็นอย่างมาก โดยปกติเวลาที่เขาปรากฏตัวออกมา เขามักจะมาพร้อมกับชุดเกราะสีทอง และโนเบิล แฟตาซึ่มที่มีมากมายเกินกว่าจะคาดเดาได้ ซึ่งนั่นเองก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาได้เลย
ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับแว่นตาทรงเหลี่ยมและทรงผมเป็นระเบียบ เขาเป็นอาจารย์ประจำชั้นของริน และสอนวิชาประวัติศาสตร์โลก ในเรื่องการทำงานของเขานั้นถือได้เลยว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยมและได้รับการนับถือจากลูกศิษย์และอาจารย์จำนวนมาก แต่เขาก็เป็นคนที่เข้มงวดและไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของใครๆ เลย
แขกพิเศษที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในวัดริวโดอย่างลับๆ ด้วยเหตุผลที่ทางวัดเข้าใจว่าเธอจะต้องมาอยู่ที่วัดเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่พิธีแต่งงาน ซึ่งความงามของเธอเองก็ทำให้เหล่าผู้อาศัยในวัดริวโดจำนวนไม่น้อยต้องหวั่นไหวไปตามๆ กัน
ข้ารับใช้ผู้มีนิสัยโดดเดี่ยว เขามักปรากฏตัวอยู่ในชุดฮากามะ และกิโมโนพร้อมกับฮาโอริสีคราม โดยที่ข้ารับใช้รูปหล่อคนนี้จะทำหน้าที่เป็นยามยืนเฝ้าอยู่เหนือประตูวัดริวโด ด้วยความเงียบสงัด และด้วยความเป็นบูชิโดเต็มขั้นของเขาจึงทำให้เขาตามหาคู่ต่อสู้ฝีมือฉกาจมาประมือด้วย และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นข้ารับใช้ประเภทแอสแซสซิน ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับข้ารับใช้ประเภทแอสแซสซินอีกคนเลย

ตัวละครรอง
คนรับใช้ทั้งสองของอิลยา ซึ่งพวกเธอทั้งสองมีหน้าที่ดูแลอิลยาและชี้แนะในเรื่องศาสตร์ลับของเวทมนตร์ด้วย พวกเธอมีผมสีบลอนด์และตาสีแดงเหมือนกับอิลยา โดยที่เซลล่าจะมีนิสัยค่อนไปในทางที่ไม่ค่อยมั่นใจ (โดยเฉพาะเรื่องรูปร่างของเธอ) และมีความเคลือบแคลงใจใจตัวของ เอมิยะ ชิโร่ แต่กลับกัน ลิซกลับคิดต่างกับเซลล่าโดยสิ้นเชิง เธอชอบชิโร่เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้อิลยามีความสุข ตัวลิซนันมีความสามารถต่อสู้ด้วยหอกเฮลเบิร์ด และเธอสามารถที่จะสละชีวิตตัวเองเพื่อทำให้อาร์ติแฟ็กของตระกูลไอนซ์เบิร์น คือ อาภรณ์สวรรค์ ซึ่งสามารถทำให้ใช้เวทมนตร์ที่แท้จริง ((「魔法」 Mahō))ที่จะเป็นเวทย์ที่เหนือความคาดหมาย และไม่คิดว่าจะมีอยู่ ปรากฏขึ้นมาได้
นักกีฬาและกัปตันประจำชมรมยิงธนูของโรงเรียนที่ชิโร่เรียนอยู่ เธอเป็นเพื่อนกับรินซึ่งพวกเธอทั้งสองกำลังแข่งกันว่าใครจะมีแฟนก่อนกัน ในเนื้อเรื่องเธอจะถูกไรเดอร์สูบวิญญานและทิ้งร่างไว้ในตรอกในเมืองเท่านั้น
ผู้จัดการชมรมผู้เป็นที่ชื่นชอบของคนในชั้นเรียน
เด็กสาวน่ารักผู้ซึ่งมีทักษะการวิ่งที่น่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่ ซึ่งรินเองก็ไม่ค่อยชอบเธอเช่นกัน
เพื่อนของยูคิกะและคาเอเดะ เธอเป็นนักกระโดดไกล และเธอยังเป็นคนที่เห็นใจผู้อื่นแถมยังฉลาดหลักแหลมอีกด้วย
ประธานนักเรียนของโรงเรียนที่ชิโร่เรียนอยู่ และเป็นเพื่อนสนิทของชิโร่อีกคนหนึ่งด้วย เขาเป็นลูกชายของเจ้าอาวาสวันริวโดที่แคสเตอร์และโซอิจิโร่อาศัยอยู่ ซึ่งเขาไม่เคยที่จะพูดถึงเรื่องของ 2 คนนี้เลย เพราะแคสเตอร์ได้สาปไว้ว่าถ้าเขาพูดเรื่องนี้เมื่อไร เขาจะต้องฆ่าตัวตายเมื่อนั้น พี่ชายของเขาก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของไทกะและโอโตโกะด้วย ในอะนิเมะเขาออกจะเป็นคนที่กลัวผู้หญิงอยู่นิดๆ ด้วย
นายจ้างของชิโร่ในร้านเหล้าโคเปนเฮเกน ที่ชิโร่ทำงานพิเศษอยู่ เธอชอบให้คนอื่นเรียกเธอว่า"เนโกะซัง" มากกว่าที่จะให้ใครมาเรียกชื่อจริงของเธอ เพราะคำว่า "โอโตโกะ" นั้นเป็นชื่อของผู้ชาย เธอยังชอบเรียกชิโร่ว่า "เอมิยัง" อีกด้วย เธอเคยคิดที่จะรับไทกะมาทำงานที่ร้านของเธอเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าความจริงจังบวกความซุ่มซ่ามของไทกะนี่ล่ะ ทำให้เธอล้มเลิกความคิดไปเลย
เขาคือปู่ของไทกะ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งยากูซ่าที่คุมเมืองฟุยูกิ เขาเป็นเพื่อนเก่าของคิริซึงุ และเขาได้รับฝากบ้านของคิริซึงุที่ชิโร่อาศัยอยู่หลังจากที่คิริซึงุเสียชีวิตไปแล้วด้วย
เขาคือจอมเวทย์โบราณผู้ซึ่งฉลาดหลักแหลมและใช้เวทมนตร์ได้อย่างแข็งแกร่ง ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวของตระกูลมาโต้ โดยรู้จักกันว่าเขาเป็นปู่ของชินจิและซากุระ ตัวเขาเองยังเชี่ยวชาญในด้านเวทมนตร์มากและสามารถที่จะถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ แต่ทว่าวิชาของเขานั้นเป็นวิชาที่โหดร้ายและรุนแรง ซึ่งเขาเองก็คิดว่าหลานชายแท้ๆ ของเขา ชินจิ จะไม่มีความสามารถในด้านนี้และจะนำความอัปยศมาสู่วิชาเวทมนตร์ของเขาแน่นอน และเขายังเชื่อด้วยว่าซากุระคงมีความสามารถในด้านนี้มากกว่าพี่ชายของเธอแน่นอน
ข้ารับใช้ที่มีความอันตรายมากเป็นพิเศษผู้ซึ่งปรากฏตัวมาเพียงชั่วครู่ทั้งใน เฟท/สเตย์ ไนท์ และ เฟท/ฮอลโลว์ อทาราเซีย และยังมีการปรากฏตัวออกมาใน เฟท/ซีโร่ อีกด้วย ซึ่งคำว่า ทรู ในชื่อของเขาก็มาจากการที่เขาเป็นข้ารับใช้ที่ออกมาโดยอยู่นอกกำหนดการ และเขาก็จะปรากฏออกมาในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ ครั้งในประวัติศาสตร์อีกด้วย ซึ่งเขาจะปรากฏตัวออกมาภายใต้ผ้าคลุมสีดำที่ขาดรุ่งริ่ง และสวมหน้ากากรูปหัวกระโหลก พร้อมกับแขนซ้ายปริศนาที่พันไว้ด้วยผ้าเป็นม้วนใหญ่
เขาคือ 1 ใน 5 จอมเวทย์ที่สามารถใช้เวทมนตร์ที่ชั้นสูง หรือเวทมนตร์ที่สามารถที่จะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงขึ้นมาได้โดยล้ำสมัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเชิงเวทย์ได้ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ด้วยปาฎิหาริย์ต่างๆ ที่เขาสร้างขึ้นมานั้นทำให้เขาได้รับสมญานามว่า "คาไลโดสโคป" แต่เดิมเขาเคยปรากฏตัวใน ซึกิฮิเมะ และผลงานประดิษฐ์ของเขายังได้ปรากฏออกมาใน เฟท/สเตย์ ไนท์ ในบท Heaven's Feel อีกด้วย
จอมเวทย์สาวทายาทของตระกูลเอเดลเฟลท์ ตระกูลที่ส่งจอมเวทย์ฝาแฝดเข้าร่วมในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 3 ที่คนนึงกลายมาเป็นเชื้อสายของตระกูลโทซากะ ซึ่งในสงครามครั้งนั้นส่งผลให้ตระักูลเอเดลเฟลท์มีมาสเตอร์ถึง 2 คน และมีข้ารับใช้ถึง 2 ตน เลยทีเดียว ตัวลูเวียเองเป็นนักศึกษาในสมาคมจอมเวทย์ ที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของตนและมักจะท้าประลองกับนักเรียนเวทย์คนอื่นอยู่่บ่อยๆ รวมไปถึง โทซากะ ริน ด้วย แต่พลังของเธอนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ารินเลยทีเดียว เธอปรากฏตัวออกมาใน เฟท/ฮอลโลว์ อทาราเซีย

ตัวละครเสริม
ด้วยความนิยมอย่างล้นหลามของแฟนๆ ช่วยผลักดันให้ เฟท/สเตย์ ไนท์ ได้พัฒนาออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ ที่มากกว่าการเป็นวิดีโอเกม เช่นได้เป็นอะนิเมะ และมังงะ อย่างเป็นทางการ และแฟนๆ ยังนำไปเขียนเป็นโดจิน และโดจินซอฟต์ (เช่น เฟทัล/เฟค) ที่เป็นเกมต่อสู้โดยการนำตัวละครใน เฟท/สเตย์ ไนท์ และสถานที่ต่างๆ ในเรื่องมารวมไว้ในเกม

เฟทในรูปแบบต่างๆ
แรกเริ่มเดิมที เฟท/สเตย์ ไนท์ เป็นเกม วิชช่วล โนเวล ที่สร้างโดย ไทป์-มูน และวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกของกลุ่มนี้หลังจากที่ได้เลื่อนระดับขั้นจากกลุ่มเซอร์เคิลมาเป็นบริษัทขนาดย่อม ต่อมา เฟท/สเตย์ ไนท์ ก็ได้พัฒนามาจนกระทั่งมีเวอร์ชันสำหรับทุกเพศทุกวัย ซึ่งนั่นก็คือ เฟท/สเตย์ ไนท์ ~เรียลต้า นัวร์~ สำหรับเครื่องเล่น เพลย์สเตชัน 2 และ เพลย์สเตชัน พอร์เทเบิล ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2550

วิดีโอเกม
ดูบทความหลัก เนื้อเรื่องต่างๆใน เฟท/สเตย์ ไนท์
Fate, Unlimited Blade Works และ Heaven's Feel คือเนื้อเรื่องย่อยทั้ง 3 ที่เราจะพบในเกม ซึ่งเนื้อเรื่องแต่ละบทจะมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันไปและจะดำเนินไปตามที่ผู้เล่นได้เลือกการกระทำในเรื่องนั้นๆ เอง
ในบท Fate จะกล่าวถึงเซเบอร์ที่เป็นตัวละครหลัก ในบท Unlimited Blade Works จะกล่าวถึงรินซึ่งเป็นตัวละครหลัก แต่เนื้อเรื่องจะมุ่งประเด็นไปที่ตัวตนของข้ารับใช้ของเธอ อาเชอร์ มากกว่า และในบท Heaven's Feel จะกล่าวถึงอดีตอันเลวร้ายของซากุระ และยังเชื่อมต่อไปถึงเนื้อเรื่องของ เฟท/ฮอลโลว์ อทาราเซีย อีกด้วย ส่วนเนื้อเรื่องในแอนิเมชันจะเป็นการนำเนื้อเรื่องทั้ง 3 มารวมกัน และเน้นหนักไปที่บท Fate มากกว่าบทอื่นๆ

มหาสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ เนื้อเรื่อง
ดูบทความหลัก เฟท/ฮอลโลว์ อทาราเซีย
เมื่อ 28 ตุลาคม 2548 ไทป์-มูนได้ปล่อยไซด์ สตอรี่ของ เฟท/สเตย์ ไนท์ ออกมา ภายใต้ชื่อว่า เฟท/ฮอลโลว์ อทาราเซีย ซึ่งเป็นแฟนดิกส์ที่จะมีไซด์สตอรี่ของ เฟท/สเตย์ ไนท์ ซึ่งจะกล่าวถึงเนื้อเรื่องเพียงแค่ครึ่งปีหลังจากเหตุการณ์ใน เฟท/สเตย์ ไนท์ และมีตัวละครเพิ่มมาไม่ว่าจะเป็นอเวนเจอร์, บาเซตต์ ฟราก้า แม็กเรมินซ์ และ คาเรน ออร์เทนเซีย พร้อมทั้งการกลับมาของตัวละครเดิมเช่น เอมิยะ ชิโร่ และ โทซากะ ริน
ดูบทความหลัก เฟท/ซีโร่
เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2549 ไทป์-มูน ได้ประกาศที่จะวางจำหน่ายนิยายในซีรีย์เฟทเรื่องใหม่ ภายใต้ชื่อว่า เฟท/ซีโร่ ซึ่งเป็นเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ใน เฟท/สเตย์ ไนท์ โดยจะมุ่งไปที่สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 เล่มแรกวางจำหน่ายในวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ซึ่งเกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง ไทป์-มูน และ ไนโตรพลัส

เนื้อเรื่องอื่นๆ
ต้นฉบับของ "เฟท/สเตย์ ไนท์" ได้ถูกนำมาแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยกลุ่มแฟนผลงานที่ใช้ชื่อว่า Miror Moon ส่วนเวอร์ชันทดลองของ "เฟท/สเตย์ ไนท์" นั้นได้กลุ่มแฟนอีกกลุ่มหนึ่งมาแปล นั่นคือกลุ่ม insani นั่นเอง และในรูปแบบอะนิเมะก็ยังได้รับการแปลเป็นแฟนซับโดยกลุ่มแฟนๆ จากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ, เกาหลี, จีน, สเปน, ฮีบรู, ฝรั่งเศส, สโลวีเนีย, เยอรมัน, อิตาเลียน, โปรตุเกส หรือแม้แต่ ไทย

ผลงานแปลจากแฟนๆ
เฟท/สเตย์ ไนท์ ในรูปแบบมังงะ ภาพโดย ดัดโตะ นิชิวาคิ ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร โชเน็น เอซ ภายใต้ลิขสิทธิ์สำนักพิมพ์คาโดคาว่า โชเท็น เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งเนื้อหาจะเน้นนำเสนอโดยอ้างอิงจากในเกมเป็นหลัก และยังเน้นหนักไปที่บท อันลิมิเตด เบลด เวิร์คส ให้เด่นชัดขึ้นกว่าฉบับอะนิเมะอีกด้วย พร้อมทั้งยังเสริมเนื้อหาให้สัมพันธํเข้ากับ เฟท/ฮอลโลว์ อทาราเซีย และ เฟท/ซีโร่ อีกด้วย ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้ว 3 เล่ม

แอนิเมชัน
นอกจากนั้นอัลบั้มซาวนด์แทร็ค Avalon - Fate/Stay Night ยังได้รับการเรียบเรียงใหม่โดย WAVE และ K.JUNO โดยเรียบเรียงเพลง "This Illusion" ให้เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งมี 2 เวอร์ชัน คือ "Illusion/Vision" และ "Illusion/Fate" อีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น: